เลือกผ้าม่านเป็น เหมือนได้บ้านใหม่ มารู้จักวิธีเลือกผ้าม่านกันค่ะ

เคยมีปัญหานี้ไหม? พอเข้าไปในบ้านรู้สึกว่าบ้านดูมืด ดูอึดอัด เหมือนแสงไม่พอ อากาศไม่ค่อยถ่ายเท ไม่สบายตา เอ!!! เป็นเพราะผ้าม่านผื่นเก่าหรือเปล่าคะ ถ้าหากคุณกำลังคิดจะเปลี่ยนผ้าม่านผื่นเก่า เปลี่ยนบ้านให้ดูเหมือนใหม่ วันนี้เราเอาเทคนิคการเลือกผ้าม่านมาฝากค่ะ

ก่อนจะเลือกซื้อผ้าม่านเราต้องมารุ้จักเนื้อผ้าม่านก่อน ว่าทำมาจากผ้าอะไร มีคุณสมบัติเหมือนหรือต่างกันยังไง เลือกแบบไหนถึงจะตรงกับความต้องการและเหมาะกับบ้านเราที่สุด ไปดูกันเลยค่ะ

ประเภทของเนื้อผ้าม่าน
ผ้าม่านมีหลายรูปแบบ อยากให้เลือกในแบบที่ตรงกับความต้องการและประโยชน์ของการใช้งานให้มากที่สุดนะคะ บ้านจะเด่น หรือจะดับ ส่วนหนึ่่งก็มาจากผ้าม่านนี่ล่ะค่ะ

ผ้าม่านธรรมดา
คือผ้าม่านที่เราเห็นทั่วไป ทำจากผ้าคอตตอน (Cotton) จะมีลักษณะโดดเด่นตรงที่มีลวดลายสวยงามมีสีสันหลากหลาย แต่กันแสงแดดไม่ได้นะคะ แสงแดดสามารถทะลุผ่านได้ ซึ่งหากต้องการการผ้าม่านกันแสงโดยแบบ Dimout ต้องเลือกผ้าม่านกันแสงโดยเฉพาะค่ะ

ผ้าม่านกันแสง
จะมีเนื้อผ้าเป็นใยสังเคราะห์ Polyester ซึ่งจะมีการถักทอเป็นพิเศษ ผ้าม่านกันแสงแบบ Dimout จะกรองแสงได้ถึง 95% เพราะสีของผ้าม่านเองจะมีผลต่อปริมาณแสงที่จะทะลุผ่านเข้าไปในห้อง ซึ่งโดยทั่วไปผ้าม่านกรองแสงจะมีสีพื้น ไม่ค่อยมีลูกเล่นหรือลวดลายเหมือนผ้าม่านธรรมดา

ผ้าม่านกันแสงแบบ Blackout
ลักษณะของผ้าม่านแบบนี้จะเป็นใยสังเคราะห์ผสม และมีทั้งแบบ PVC ซึ่งจะช่วยลดทั้งความร้อนและลดรังสียูวีที่ส่องทะลุผ่านเข้ามาในบ้านได้ถึง 100% ซึ่งผ่าม่านชนิดนี้จะใช้ซับหลังซึ่งมีคุณสมบัติป้องกันไฟลุกลามได้ด้วย

ผ้าม่านโปร่ง Sheer Fabric
เนื้อผ้าม่านโปร่งจะผ้าบางๆ เป็นใยสังเคราะห์ อย่าง Polyester ซึ่งช่วยพรางสายตา ข้างนอกจะมองเข้ามาไม่เห็น แต่คนอยู่ข้างในสามารถมองเห็นทิวทัศน์ข้างนอกได้ ทำให้ดูสบายตา และทำให้ห้องดูสว่าง

เมื่อรู้จักเนื้อของผ้าม่านและคุณสมบัติของผ้าม่านแล้ว จะซื้อแต่ผ้าม่านมาก็คงติดไม่ได้ใช่ไหมละคะ มันต้องมีอุปกรณ์เสริมที่ต้องซื้อมาคู่กันด้วย แต่ก็เคยเห็นนะคะตามโฮมสเตย์เขาทำแบบง่ายๆสบายๆ โดยใช้ไม้ไผ่มาแขวนกับผ้าม่าน ก็ดูสวยไปอีกสไตล์ ถ้าใครชอบแบบนี้ก็ต้องระวังมอดกันหน่อยนะคะ เอาเป็นว่า เราไปดูดีกว่าว่าต้องซื้อหาอะไรเพิ่มเติมบ้างนะคะ

อุปกรณ์ที่มาพร้อมผ้าม่านที่คุณต้องรู้
สายรวบผ้าม่าน หรือ Curtain Tie Back
เป็นอุปกรณ์ที่มาคู่กันเลย เพราะคงไม่มีใครที่ปิดผ้าม่่านไว้ตลอดหรอกใช่ไหมคะ สายรวบจึงทำให้สะดวกในการใช้งาน เพราะเวลารวบผ้าม่านจะทำให้ผ่าม่านดูสวยงามขึ้นด้วย

ซึ่งสายรวบผ้าม่านก็มีให้เลือกด้วยนะคะ ใครที่ชอบสีที่กลมกลืนกับสีผ้าม่าน ก็เลือกสายรวบแบบมาตรฐาน ส่วนใครที่ชอบความหรูหราก็เลือกแบบตุ้มมีพู่ห้อยลงมา อย่าง Classic Style

ตะขอเกี่ยวสายรวบผ้าม่าน Tieback Hooks
มีหน้าที่แขวนสายรวบผ้าม่าน และเพิ่มรายละเอียดให้กับผ้าม่านดูน่าสนใจ ซึ่่งตะขอเกี่ยวสายรวบผ้าม่าน จะมีแบบพลาสติก ABS และแบบโลหะ ความต่างก็อยู่ตรงที่ แบบพลาสติกจะมีน้ำหนักเบา มีสีสันลวดลายให้เลือกหลากหลาย แถมยังราคาถูกกว่า แต่ก็มีข้อเสียตรงที่สีอาจหลุดร่อนง่าย ส่วนตะขอแบบโลหะ จะมีความแข็งแรงทนทาน รับน้ำหนักผ่าม่านได้ดี และทำให้ห้องดูดีมีไสต์ขึ้น

ด้ามจูมผ้าม่าน Curtain Pole
ใช้สำหรับเปิด – ปิด ผ้าม่าน ถ้าไม่่อยากใช้มือสัมผัสกับผ้าม่าน อันนี้แล้วแต่นะคะ สำหรับตัวเองคิดว่าไม่จำเป็น แต่ใครที่อยากได้ก็ไม่ว่ากัน ไม้จูงผ้าม่านจะมีลักษณะเป็นด้ามยาว ทำจากไม้สัก อลูมิเนียม อะคริลิค สุดแล้วแต่ใครจะชอบแบบไหนค่ะ

รางผ้าม่าน มี 2 แบบ คือ
รางผ้าม่านแบบอลูมิเนียม เหมาะกับการตกแต่งบ้านทุกแบบทุกสไตล์ และสำหรับคนที่ไม่ชอบให้เห็นรางผ้าม่าน มีทั้งแบบเชือกปรับ และด้ามจูง

รางผ้าม่านแบบรางโชว์ เหมาะสำหรับการตกแต่งบ้านแนว Vintage , Classic หรือ Luxury ซึ่งจะเห็นรางเวลาเปิด-ปิดผ่าม่าน

วัสดุที่ใช้ทำรางผ้าม่านได้แก่ อลูมิเนียม (Aluminium) สแตนเลส (Stainless Steel) ไทเทเนียม (Titanium) และรางไม้รามิน (Ramin Fashion Rod)

ผ้าม่าน เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยประดับตกแต่งบ้านให้ดูดี และเพิ่มความสวยงามให้กับบ้าน ทำให้สบายตา ป้องกันแสงแดดจากภายนอก ดังนั้นควรใส่ใจในการเลือก ทั้งคุณประโยชน์และการใช้งานที่เหมาะกับบ้าน และที่สำคัญต้องเลือกในแบบที่ตัวเองชอบด้วยนะคะ เพราะผ้าม่านจะอยู่ในบ้านคุณทุกวัน คุณต้องเห็นทุกวัน ถ้าไม่สบายตา อากาศไม่ถ่ายเท ก็จะทำให้คุณอารมณ์เสียหงุดหงิดได้ หากกลับจากที่ทำงานเจอบ้านที่สบายตา อากาศถ่ายเท ไม่อึดอัด ก็จะทำให้รุ้สึกมีความสุขและผ่อนคลายขึ้นได้ เห็นประโยชน์ของผ่้าม่านแล้วหรือยังคะ เพราะฉะนั้น อย่าเลือกแบบส่งๆไป เดี่ยวจะมานั่งกุมขมับทีหลังไม่รุ้ด้วยนะคะ

ผ้าม่าน ไม่ได้สวยเพราะมีผ้าม่านอย่างเดียว ต้องมีอุปกรณ์เสริมด้วยถึงจะดูโดดเด่น
เปลี่ยนบ้านเก่าให้เป็นบ้านหลังใหม่ได้ง่ายๆ สบายตาสบายใจ ลองเปลี่ยนผ้าม่านผืนใหม่ดูนะคะ